แนวทางการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้คงทน

 

สินค้าทุกประเภทมีอายุการใช้งาน เปลไกวไฟฟ้าก็เช่นกัน เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนก็ใช้เปลไกวได้หลายปี แต่บางคนกลับใช้งานได้ไม่เท่าไร ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการใช้งาน สำหรับแนวทางการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้คงทนจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันค่ะ

 

1.อย่าวางของหนักทับเปลไกวไฟฟ้า

บางครั้งเราอาจจะเป็นเปลไกวไฟฟ้าเป็นที่วางของไป โดยอาจจะเอาตะกร้าผ้ามาวางที่เกินน้ำหนักมากเกินไป ตรงจุดนี้ก็มีส่วนทำให้เปลไกวมีอายุการใช้งานสั้น ดังนั้น ไม่ควรวางของหนักทับเปลไกว ควรใช้เฉพาะการนอนของลูกน้อยและของเล่นที่มีน้ำหนักเบา จะช่วยยืดอายุเปลไกวได้อย่างดี

 

2.เด็กโตลงเล่นในเปลไกวไฟฟ้า

เปลไกวไฟฟ้าเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ บางครั้งเด็กที่โตแล้วมีน้ำหนักเกินอาจจะขอลงไปเล่นในเปลไกวของน้อง ซึ่งถ้าหากมีการกระโดดแรง ๆ ก็จะทำโครงสร้างเปลไกวไฟฟ้าโกร่งงอได้ น้ำหนักตัวเด็กจึงมีส่วนสัมพันธ์กับเปลไกวไฟฟ้าตามที่ผู้ผลิตแจ้งไว้คุณแม่จึงควรระมัดระวัง เพื่อที่จะมีเปลไกวไฟฟ้าใช้ไปนาน ๆ

 

3.ไม่กระแทกเปลไกวไฟฟ้าแรง ๆ

บางคนอาจคิดว่าเปลไกวไฟฟ้ามีความคงทน จะทำอะไรก็โครมครามไปเสียหมด ซึ่งเปลไกวไฟฟ้าก็ต้องการความทะนุถนอมด้วยเช่นกัน เปลไกวไฟฟ้ามีน้ำหนักไม่มาก หากจะเคลื่อนย้ายควรยกดีกว่าลากเปลเพื่อเคลื่อนย้าย การทำอะไรเบา ๆ กับเปลไกวไฟฟ้าก็ช่วยอายุการใช้งานได้เหมือนกัน

 

เปลไกวไฟฟ้าก็เหมือนสินค้าประเภทอื่นหากคุณต้องการให้เปลไกวไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนาน ก็ควรหมั่นดูแลและไม่กระแทกกระทั้นอาจทำให้โครงสร้างของเปลโยกคลอนได้

เด็กควรจะหยุดนั่งคาร์ซีทเมื่อไหร่

เด็กหลายคนก็เริ่มที่จะนั่งคาร์ซีทมาตั้งแต่ยังเล็ก เรียกว่าพอเริ่มจะนั่งทรงตัวได้ก็เริ่มท่องเที่ยวนั่งไปกับคาร์ซีทกันได้แล้ว และก็นั่งกันมาต่อเนื่องเป็นปีๆ คุณแม่หลายท่านก็เริ่มมีคำถามว่าเมื่อไหร่ที่เด็กจะเลิกนั่งที่คาร์ซีทกัน แล้วคาร์ซีทจะรองรับน้ำหนักเด็กได้โตขนาดไหน

เด็กหลายคนที่นั่งที่คาร์ซีทตั้งแต่เด็กก็จะชิ้นกับเบาะนั่งที่มีขนาดพอดีตัว พอโตมาสักหน่อยก็มีการเปลี่ยนคาร์ซีทให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น การที่จะตอบว่าเด็กมีอายุเท่าไหร่หรือตัวโตขนาดไหนถึงจะนั่งที่เบาะรถแบบธรรมดาได้นั้นก็ต้องดูความเหมาะสมเป็นหลัก ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องนี้ เด็กบางคนก็ใช้งานคาร์ซีทจนอายุ 7-8 ขวบก็มีเช่นกัน เด็กบางคนที่ตัวโตตัวใหญ่สักหน่อย พอสัก 6-7 ขวบก็เริ่มนั่งที่เบาะนั่งแบบธรรมดาได้แล้ว ตรงนี้คุณแม่ก็สามารถเลือกที่จะพิจารณาได้ด้วยตนเอง ตรงนี้ดูความเหมาะสมเป็นหลัก แล้วแต่ความจำเป็นที่ต้องใช้งาน

แต่สำหรับเด็กบางคนที่ซนเป็นพิเศษอาจจะต้องนั่งคาร์ซีทนานกว่าเด็กทั่วไป ตราบใดที่ยังชอบเล่นซนในรถมากกว่าการนั่งเฉยๆ หรือนั่งเล่นของเล่นก็คงจะต้องใช้เวลานานจนกว่าจะเริ่มเรียนรู้ว่าการนั่งรถนั้นต้องนั่งให้เป็นที่เป็นทางและต้องระวังตัวไม่สร้างปัญหาให้กับคุณแม่ คาร์ซีทจึงจำเป็นต้องใช้กันยาวนานสักหน่อย รับรองว่าคาร์ซีทสามารถรับมือกับเด็กซนได้อย่างยาวนานไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน

เปลไกวไฟฟ้าช่วยพ่อแม่ได้นอนใกล้ลูกน้อยได้หลับสนิทขึ้น

เปลไกวไฟฟ้าเป็นตัวช่วยสำคัญยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในเวลากลางคืนที่จะกล่อมให้ลูกน้อยหลับสบายและในเวลาที่ลูกน้อยร้องไห้โยเยในกลางดึกเปลไกวไฟฟ้ายังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูกน้อยอีกด้วยนะคะ โดยทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เคยมีลูกมานั้นล้วนแล้วแต่ที่จะชอบที่จะให้ลูกน้อยนอนในห้องเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 2- 3 อาทิตย์แรกที่รับลูกกลับบ้าน การให้ลูกน้อยนอนใกล้ตัวนั้นเป็นเรื่องสะดวกอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถลุกมาดูลูกในกลางดึกหรือในเวลาที่อยากทำได้ มีการให้ลูกนอนใกล้ตัวด้วยสองวิธีดังนี้

1.ให้ลูกนอนส่วนการให้ลูกนอนเตียงเดียวกัน

วิธีนี้มีข้อดีตรงที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสอดส่องดูแลลูกให้พ้นจากอันตรายที่เกิดจากเตียงได้ เช่น การสำลัก การหน้าทิ่มที่นอนจนหายใจไม่ออกแต่ทั้งนี้ก็ควรระวังอย่างมากที่คุณพ่อหรือคุณแม่จะนอนทับลูกในเวลากลางคืนที่คุณหลับสนิทมากๆได้ ดังนั้นการมีเปลไกวไฟฟ้าสำรองไว้ในห้องนอนก็ช่วยผ่อนแรงได้อีกทางหนึ่งนะคะ

2.ให้ลูกนอนเตียงเด็กในห้องที่แม่นอน

การให้ลูกนอนในเตียงเด็กก็จะช่วยป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นเมื่อนำลูกมานอนในเตียงเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่ถ้าหากใช้เปลไกวไฟฟ้าด้วยแล้วละก็ เปลไกวไฟฟ้านี้จะเป็นตัวช่วยผ่อนแรงอย่างดีต่อคุณพ่อคุณแม่ในการขับกล่อมลูกให้หลับสนิทในยามค่ำคืนแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรลุกมาดูท่านอนลูกรักในเปลไกวไฟฟ้าเป็นระยะๆด้วยนะคะ

3 ประโยชน์ของคาร์ซีทที่คุณพ่อบ้านต้องหลงใหล

คาร์ซีทคือสิ่งที่คุณพ่อบ้านควรมีสวนร่วมในการเลือกซื้อหามาใช้งานกันด้วย เพราะถ้าคุณพ่อจะต้องใช้คาร์ซีทก็ต้องใช้งานคาร์ซีทอย่างถูกใจกันกันด้วย การได้ใช้ของที่ถูกใจเมื่อไหร่ที่ได้ใช้เมื่อนั้นก็จะรู้สึกว่ามีความภาคภูมิใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และคาร์ซีทก็จัดว่าเป็นของที่คุณพ่อต้องใช้งานด้วยเช่นกัน

สำหรับคาร์ซีทก็มีประโยชน์หลายอย่างที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่การอย่างเช่น

1.จับเด็กซน

เด็กหลายคนที่โตแล้วก็ซนตามประสาเด็ก แต่ถ้ามีคาร์ซีทเรื่องเด็กซนก็จะหมดไปอย่างแน่นอน เพราะคาร์ซีทดูแลได้เป็นอย่างดี

2.เดินทางได้เร็วขึ้น

การที่มีคาร์ซีทไว้สำหรับการเดินทางการเดินทางก็จะสะดวกรวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะเร่งรีบขนาดไหนก็หมดห่วงแน่นอน

3.ไม่ทะเลาะกับลูก

คุณแม่หลายท่านจะต้องเจอกับปัญหาที่ทะเลาะกับลูกอยู่บ่อยครั้งเพราะด้วยลูกที่ซนตอนเวลาที่ขึ้นรถแต่เรื่องเหล่านี้จะหมดไป ถ้าลูกของคุณได้นั่งที่คาร์ซีท คาร์ซีทจะช่วยดูแลลูกของคุณได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องคอยบอกกับลูกให้นั่งนิ่งๆ อีกต่อไป หมดปัญหาเรื่องที่ต้องทะเลาะกับเด็กได้อย่างสบายๆ

คาร์ซีทคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกครอบครัว ครอบครัวที่มีรถใช้งาน 2 คันก็อาจจะเลือกคาร์ซีทไว้สำหรับการใช้งาน 2 คันก็สามารถทำได้ ไม่จัดว่าผิดแต่อย่างใด ชอบแบบไหนก็เลือกตามชอบของแต่ละคน แล้วทุกคนก็จะมีความสุข

ประโยชน์ของเปลไกวไฟฟ้า

 

ปัจจุบันมีเปลเด็กออกมาขายกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเปลเด็กระบบไกวอัตโนมัติ, เปลไกวไฟฟ้า, เปลไฟฟ้า หรือเปลเด็กแบบธรรมดา ที่มีให้เลือกมากมาย ซึ่งแม้ว่าจะมีออกมามากมายขนาดนี้ แต่จุดประสงค์ของการใช้งาน ก็คือสิ่งเดียวกัน นั่นก็คือการให้ลูกน้อยของคุณได้นอนหลับสนิทบนเปลอย่างยาวนานตลอดช่วงเวลาค่ำคืน ซึ่งในปัจจุบัน คุณแม่หลายๆ คนหันมาใช้เปลไกวไฟฟ้ากันมากขึ้น

ลูกน้อยหลับสนิทด้วยเปลไกวไฟฟ้า

เพราะการที่คุณแม่หันมาใช้เปลไกวไฟฟ้า เป็นตัวช่วยให้ลูกน้อยได้นอนหลับ ในช่วงค่ำคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เด็กๆควรจะได้นอนอย่างยาวนาน การได้นอนเปลไกวไฟฟ้า จะทำให้หลับสนิทกว่าการนอนเปลเด็กธรรมดาทั่วไป  ซึ่งจากการสำรวจพบว่าการที่เด็กอยู่ในท้องแม่ และมีการไหวไปมาจากน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นที่แคบๆ เป็นเวลานาน ทำให้เด็กน้อยมีพฤติกรรมชอบและติดการแกว่งไกว  รวมถึงการนอนในที่แคบๆ หากคุณแม่ไม่ทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าว ก็อาจจะทำให้ประสบปัญหาในการเลี้ยงดูเด็ก ทำให้เด็กนอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท นับได้ว่าเป็นการบั่นทอนพัฒนาการของลูกเป็นอย่างมาก

เปลไกวไฟฟ้าออกแบบมาเพื่อลูกน้อย

เปลไกวไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อการนอนหลับของลูกน้อยโดยเฉพาะ  ซึ่งจะทำให้มีการไกวที่นุ่มนวล และมีจังหวะเร็วสลับกับจังหวะช้าที่ไม่มีความรุนแรงจนเกินไป และไม่มีการกระชาก เพราะใช้ระบบแม่เหล็ก และระบบไกวไฟฟ้า  มีการตั้งเวลาทำให้เป็นการไกวอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับสนิทจะมีส่วนช่วยทำให้มีการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เมื่อมีการนอนหลับสนิท หรือหลับลึก เด็กจะหลั่งโกรธฮอร์โมน ออกมาทำให้เติบโตเร็วและแข็งแรงขึ้น

คาร์ซีทแบบไหนที่ลูกไม่ชอบนั่ง

คุณแม่หลายท่านกำลังมองหาคาร์ซีทมาให้ลูกรักได้ใช้นั่งในการเดินทางกัน แต่ก็ยังติดตรงที่ว่าถ้าเลือกคาร์ซีทมาแล้วลูกจะยอมนั่งหรือไม่ ตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะถ้าคุณแม่เลือกคาร์ซีทในแบบที่ไม่ถูกใจลูกหรือในแบบที่ไม่ตรงกับความต้องการของลูกก็เป็นไปได้อย่างมากที่ลูกจะไม่ยอมนั่งที่คาร์ซีท คุณแม่จึงต้องมีวิธีการเลือกคาร์ซีทกันสักหน่อย

การเลือกคาร์ซีทในแบบที่คุณแม่เลือกแล้วคุณลูกรักเป็นอย่างมาก

1.ต้องเลือกเบาะที่นั่งที่นุ่มนั่งสบาย

คาร์ซีทหลายตัวทำออกมาแล้วตรงรอยต่อที่เบาะนั่งอาจจะทำให้เกิดการนั่งแล้วไม่สบายตัว อาจจะมีตะเข็บที่ใหญ่เกินไป อย่างเช่นถ้าเรานั่งที่เก้าอี้ทำงานแล้วต้องนั่งตรงกับรอยตะเข็บก็จะทำให้นั่งไม่สบายตัว เจ็บที่ก้นเป็นอย่างมาก และที่เบาะคาร์ซีทก็เช่นกันถ้านั่งไม่สบายเด็กก็ไม่อยากนั่ง

2.เลือกที่ไม่ใหญ่เกินตัวเด็ก

การเลือกคาร์ซีทที่ไม่ใหญ่เกินไปเด็กจะนั่งอย่างสบาย ด้วยถ้ามีคาร์ซีทใหญ่เกินไป เด็กจะดิ้นได้มากแล้วก็อาจจะหลุดจากคาร์ซีทได้เช่นกัน

การเลือกคาร์ซีทไม่ได้อยากอย่างที่คุณคิด เลือกได้ง่ายพอๆ กับการเลือกซื้อสินค้าทั่วไป เพียงแค่ก่อนการซื้อจริงมีการรับประกันสินค้าและมีการทดลองสินค้าก่อนการใช้งานก็เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อแล้ว อย่าช้าที่จะหาคาร์ซีทมาใช้งานกัน เพราะลูกอยากออกไปเที่ยวกันแล้ว

แนวทางการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้คงทน

สินค้าทุกประเภทมีอายุการใช้งาน เปลไกวไฟฟ้าก็เช่นกัน เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางคนก็ใช้เปลไกวได้หลายปี แต่บางคนกลับใช้งานได้ไม่เท่าไร ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการใช้งาน สำหรับแนวทางการใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้คงทนจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันค่ะ

 

1.อย่าวางของหนักทับเปลไกวไฟฟ้า

บางครั้งเราอาจจะเป็นเปลไกวไฟฟ้าเป็นที่วางของไป โดยอาจจะเอาตะกร้าผ้ามาวางที่เกินน้ำหนักมากเกินไป ตรงจุดนี้ก็มีส่วนทำให้เปลไกวมีอายุการใช้งานสั้น ดังนั้น ไม่ควรวางของหนักทับเปลไกว ควรใช้เฉพาะการนอนของลูกน้อยและของเล่นที่มีน้ำหนักเบา จะช่วยยืดอายุเปลไกวได้อย่างดี

 

2.เด็กโตลงเล่นในเปลไกวไฟฟ้า

เปลไกวไฟฟ้าเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ บางครั้งเด็กที่โตแล้วมีน้ำหนักเกินอาจจะขอลงไปเล่นในเปลไกวของน้อง ซึ่งถ้าหากมีการกระโดดแรง ๆ ก็จะทำโครงสร้างเปลไกวไฟฟ้าโกร่งงอได้ น้ำหนักตัวเด็กจึงมีส่วนสัมพันธ์กับเปลไกวไฟฟ้าตามที่ผู้ผลิตแจ้งไว้คุณแม่จึงควรระมัดระวัง เพื่อที่จะมีเปลไกวไฟฟ้าใช้ไปนาน ๆ

 

3.ไม่กระแทกเปลไกวไฟฟ้าแรง ๆ

บางคนอาจคิดว่าเปลไกวไฟฟ้ามีความคงทน จะทำอะไรก็โครมครามไปเสียหมด ซึ่งเปลไกวไฟฟ้าก็ต้องการความทะนุถนอมด้วยเช่นกัน เปลไกวไฟฟ้ามีน้ำหนักไม่มาก หากจะเคลื่อนย้ายควรยกดีกว่าลากเปลเพื่อเคลื่อนย้าย การทำอะไรเบา ๆ กับเปลไกวไฟฟ้าก็ช่วยอายุการใช้งานได้เหมือนกัน

 

เปลไกวไฟฟ้าก็เหมือนสินค้าประเภทอื่นหากคุณต้องการให้เปลไกวไฟฟ้ามีอายุการใช้งานยาวนาน ก็ควรหมั่นดูแลและไม่กระแทกกระทั้นอาจทำให้โครงสร้างของเปลโยกคลอนได้

เคลียร์ทุกประเด็น ทำไมต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท

 

หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่าทำไมจึงต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทด้วย แค่คอยอุ้มลูกน้อยอย่างมั่นคงและแน่นหนาตลอดการเดินทางก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรอ ซึ่งนั่นก็เป็นความคิดที่ผิด เพราะคาร์ซีทถือเป็นตัวช่วยในการสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่า เพราะอะไรจึงต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีท

ก่อนอื่นเราต้องพิจารณาก่อนว่าในปัจจุบันครอบครัวส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถยนต์ ไม่ว่าจะไปทำงาน ท่องเที่ยว ซื้อของต่างๆ เรียกว่ารถยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเดินทางไปแล้ว ดังนั้นชีวิตส่วนใหญ่จึงฝากไว้บนท้องถนน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กจึงน่าเป็นห่วง เพราะแม้ว่าเราขับรถอย่างปลอดภัยดีแล้วแต่ไมได้เป็นเครื่องหมายรับประกันว่าอุบัติเหตุจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงมีการคิดค้นคาร์ซีท เบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ขึ้นมาป้องกันอันตรายจากแรงกระแทกเพื่อปกป้องลูกน้อยจากแรงกระแทก แม้คาร์ซีทจะมีราคาค่อนข้างสูงแต่เมื่อเทียบกับหนึ่งชีวิตของลูกรัก อุ้มลูกไว้ในอกไม่ปลอดภัยหรือ? คำถามจากคุณแม่หลายคน คงตอบได้ว่าปลอดภัยในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่อเกิดอุบัติตุลูกน้อยจะได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากอยู่ตรงกลางระหว่างแม่กับรถ รวมทั้งยังเสี่ยงต่อการกระแทกและกระเด็นออกนอกรถอีกด้วย ดังนั้น หลายๆครอบครัวจึงหันมาใช้คาร์ซีทในการเดินทางเพื่อความปลอดภัยเพราะอย่างน้อยลูกจะได้รับการคุ้มครองที่ถูกหลัก ปลอดภัย เพราะฉะนั้นแล้วเปลี่ยนมาใช้งานคาร์ซีทกันดูนะ

แค่มีเปลไกวไฟฟ้าเวลาก็เหลือใช้

การใช้เปลไกวไฟฟ้าที่เป็นระบบอัตโนมัติ  นอกจากจะทำให้ลูกน้อยของคุณหลับสนิทอย่างยาวนานแล้ว ยังทำให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้นอนหลับเต็มอิ่ม โดยที่ไม่ต้องหลับๆ ตื่น มาคอยแกว่งเปลลูกตลอด เพราะระบบเปลไกวไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาในการแกว่งได้ และทำให้กลายเป็นเรื่องของความสะดวกสบายได้แบบชิลๆ ทำให้เปลไกวไฟฟ้าที่มีระบบการทำงานเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณแม่มีเวลาเหลือเฟือที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นได้

 

เปลไกวไฟฟ้าระบบไกวอัตโนมัติ

ในยุคปัจจุบันถือได้ว่ามีการพัฒนาและก้าวหน้าไปมาก เพราะมีเปลไกวไฟฟ้าหลากหลายสไตล์ ที่จะทำให้คุณแม่ไม่ต้องเมื่อยแขนในการแกว่งลูกน้อย ประโยชน์ของเปลไกวไฟฟ้า คือให้ความสะดวกสบาย และรวดเร็วในการที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กหลับ คุณแม่คุณพ่อยุคใหม่ อาจจะไม่ถนัดในการเลี้ยงลูก ทำให้การใช้เปลไกวไฟฟ้า เป็นหนึ่งในตัวเลือกเสมอ เพราะมีระบบแกว่งแบบอัตโนมัติจึงช่วยทำให้การนอนหลับของลูกน้อยเป็นไปอย่างยาวนาน

 

นอนเปลไกวไฟฟ้าเหมือนอยู่ในท้องของแม่

การใช้เปลไกวไฟฟ้า ถือเป็นตัวช่วยในการกล่อมเจ้าตัวเล็กให้นอนหลับสนิทในยามค่ำคืน ซึ่งจะต่างจากการนอนเปลธรรมดาทั่วไป การนอนบนเตียงนอน ก็ยังไม่หลับสบายเท่ากับเปลไกวไฟฟ้าเปรียบเสมือนตอนที่ลูกของคุณอยู่ในท้องแม่นานถึงเก้าเดือน และมีการเคลื่อนไหวไปมาจากน้ำถุงคร่ำ ทำให้เด็กมีความเคยชินกับพฤติกรรมของการไกว ซึ่งหากใช้เปลไกวไฟฟ้า ก็จะเกิดความคุ้นเคยและหลับง่ายขึ้น

เปลไกวไฟฟ้าช่วยพ่อแม่ได้นอนใกล้ลูกน้อยได้หลับสนิทขึ้น

เปลไกวไฟฟ้าเป็นตัวช่วยสำคัญยิ่งสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในเวลากลางคืนที่จะกล่อมให้ลูกน้อยหลับสบายและในเวลาที่ลูกน้อยร้องไห้โยเยในกลางดึกเปลไกวไฟฟ้ายังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงคุณพ่อคุณแม่ในการดูแลลูกน้อยอีกด้วยนะคะ โดยทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เคยมีลูกมานั้นล้วนแล้วแต่ที่จะชอบที่จะให้ลูกน้อยนอนในห้องเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลา 2- 3 อาทิตย์แรกที่รับลูกกลับบ้าน การให้ลูกน้อยนอนใกล้ตัวนั้นเป็นเรื่องสะดวกอย่างยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถลุกมาดูลูกในกลางดึกหรือในเวลาที่อยากทำได้ มีการให้ลูกนอนใกล้ตัวด้วยสองวิธีดังนี้

1.ให้ลูกนอนส่วนการให้ลูกนอนเตียงเดียวกัน

วิธีนี้มีข้อดีตรงที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยสอดส่องดูแลลูกให้พ้นจากอันตรายที่เกิดจากเตียงได้ เช่น การสำลัก การหน้าทิ่มที่นอนจนหายใจไม่ออกแต่ทั้งนี้ก็ควรระวังอย่างมากที่คุณพ่อหรือคุณแม่จะนอนทับลูกในเวลากลางคืนที่คุณหลับสนิทมากๆได้ ดังนั้นการมีเปลไกวไฟฟ้าสำรองไว้ในห้องนอนก็ช่วยผ่อนแรงได้อีกทางหนึ่งนะคะ

2.ให้ลูกนอนเตียงเด็กในห้องที่แม่นอน

การให้ลูกนอนในเตียงเด็กก็จะช่วยป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นเมื่อนำลูกมานอนในเตียงเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ได้ แต่ถ้าหากใช้เปลไกวไฟฟ้าด้วยแล้วละก็ เปลไกวไฟฟ้านี้จะเป็นตัวช่วยผ่อนแรงอย่างดีต่อคุณพ่อคุณแม่ในการขับกล่อมลูกให้หลับสนิทในยามค่ำคืนแต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรลุกมาดูท่านอนลูกรักในเปลไกวไฟฟ้าเป็นระยะๆด้วยนะคะ