เบาะนั่งเด็กต้องเริ่มใช้ตอนไหน

เบาะนั่งเด็กในที่นี้คือเบาะนั่งเด็กที่ใช้กับเด็กที่ยังอยู่ในช่วงเยาว์วัย หรือเรียกว่าอยู่ในช่วงแบะเบาะ เบาะนั่งอันนี้คือเบาะที่ใช้กับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋งหรือรถกระบะก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น คุณจึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาแบบที่ใช้สำหรับรถเก๋งหนึ่งอันแล้วก็ต้องหาแบบที่ใช้สำหรับรถกระบะอีกหนึ่งอัน มีเพียงชิ้นเดียวก็สามารถใช้งานได้ทุกอย่างแล้ว

การมีเบาะนั่งเด็กไว้ใช้นั้นให้ประโยชน์หลายอย่างกับครอบครัวเป็นอย่างมาก

1.เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

การเดินทางไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ ล้วนแล้วแต่จะต้องเดินทางด้วยความระมัดระวังด้วยทั้งนั้น และในการเดินทางถ้าคุณจะต้องอุ้มลูกไปด้วยและขับรถไปด้วย คุณก็มีโอกาสที่จะพลาดหรือเกิดอันตรายได้ง่ายเป็นที่สุด แต่ถ้าคุณใช้เบาะนั่งเด็กในการเดินทางก็ต้องบอกว่าเป็นการเลือกการเดินทางอย่างปลอดภัย เพราะเด็กก็ได้นั่งในแบบที่สบายและไม่ต้องกังวลเรื่องหลุดออกมาจากที่นั่งอย่างเด็ดขาด

2.ช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น

ถ้าคุณจะต้องเดินทางไปหลายที่ ด้วยการขึ้นลงรถอยู่บ่อยๆ การจะอุ้มลูกขึ้นและลงบ่อยๆ นั้นลูกที่หลับอยู่ก็คงงอแงอย่างแน่นอน แต่ถ้าได้นั่งเบาะนั่งเด็กแล้ว การจะย้ายลงไปมา ก็ไม่สงผลให้ลูกที่ต้องนอนอยู่ในเบาะนั่งเด็กนี้ต้องมีผลกระทบไปด้วย คุณจะลงรถหรือขึ้นรถก็สามารถนำเบาะขึ้นลงได้อย่างสบายไม่ต้องอุ้มเพียงแต่ลูกขึ้นลงเท่านั้น

การเดินทางจะสนุกขึ้นด้วยเบาะนั่งเด็กในรถ

จะรู้ได้อย่างไรว่าคาร์ซีทแบบไหนเหมาะกับลูกน้อย

เพราะเด็กเล็กเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก คุณพ่อคุณแม่ก็จะพยายามเลือกสรรสิ่งดีๆ ให้กับลูกน้อย โดยเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดและลูกน้อยน่าจะชอบมากที่สุด การเลือกซื้อคาร์ซีทก็เช่นเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่หลายท่านกังวลว่าจะเลือกแบบไหนดีให้ลูกน้อยนั้นชอบและถูกใจวันนี้เรามีวิธีสังเกตอาการเจ้าตัวเล็กมาฝากกันค่ะ

เริ่มแรกเลยคือความสบายของลูกน้อย ว่าเขานั้นสามารถที่จะนั่งได้อย่างสบายบนคาร์ซีทหรือไม่ คอ ขา เข่า อยู่ในลักษณะที่ถูกต้องไหม ตึงไปคับไปหรือไม่ เข็มขัดนิรภัยนั้นคาดอยู่ในบริเวณที่ถูกต้องหรือไม่ และมีขนาดพอเหมาะ ไม่หลวมเกินไป ตลอดระยะการเดินทางสามารถนั่งอยู่บนคาร์ซีทได้อย่างสบายโดยไม่มีปัญหาหรือรู้สึกไม่สบายตัว งอแง ข้อแนะนำสำหรับการนั่งบนคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กในระยะทางไกลๆคือให้เขาพักทุก 2 ชั่วโมง เพื่อที่เขาจะได้ไม่เบื่อนั่นเอง และนี่ก็เป็นวิธีสังเกตุอาการของลูกน้อยว่านั่งสบายชอบใจอยู่บนคาร์ซีทตัวโปรดหรือไม่

การซื้อคาร์ซีทสำหรับใช้งานบนรถยนต์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยนั้น จะต้องเลือกให้เหมาะสมและเข้ากันกับตัวเด็กมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้งาน และมีประสิทธิภาพในการปกป้องลูกน้อยให้ปลอดภัยอย่างสูงสุดนั่นเอง ซึ่งถ้าให้ดี การซื้อคาร์ซีทนั้น ควรให้ลูกได้ทดลองนั่งจริงๆ ก่อนตัดสินใจซื้อจะดีที่สุด เพราะเราจะได้คาร์ซีทที่เหมาะสมมากกว่าการสังเกตด้วยตานั่นเอง

 

สร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยที่เดินทางร่วมกับคุณด้วยคาร์ซีท

ทำไมใครหลายๆ คนที่เดินทางด้วยรถยนต์หรือว่ารถยนต์โดยสารทั่วไปนั่นจะต้องใช้คาร์ซีทให้กับลูกหลานของตัวเองหรือว่าอาจจะมีการใช้งานคาร์ซีทในการให้เด็กๆ นั่งอยู่บนคาร์ซีท และคุณพ่อคุณแม่หรือว่าผู้ปกครองจะเป็นคนที่ถือคาร์ซีทเวลาเดินอยู่บนถนน?

สิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ไม่ได้เป็นเทรนด์หรือว่าการสร้างกระแสแต่อย่างใด แต่เป็นสิ่งที่เราเรียกว่าการสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กๆ หรือว่าลูกหลานของคุณเอง เพราะในการเดินทางเด็กๆ เองยังไม่มีความคิดที่ดีมากพอที่จะรู้ได้ว่าสิ่งไหนควร และสิ่งไหนที่ไม่ควร เพราะฉะนั้นการที่เราช่วยสร้างความปลอดภัยหรือว่าป้องกันอุบัติเหตุเอาไว้ก่อนนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อตัวของคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง โดยเฉพาะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ กับตัวของเด็กๆ เอง เนื่องจากว่าการที่เราให้เค้านั่งอยู่บนคาร์ซีทนั้นจะช่วยให้เค้ามีการคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนเด็กๆ ก็ยังสามารถขยับหรือว่าเคลื่อนไหวได้ตามความสะดวกของเค้าเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่ก็ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ รวมถึงยังหายห่วงเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทางของทุกคนในครอบครัวได้อีกด้วย

ลูกน้อยจะปลอดภัยมากขึ้นแค่มีคาร์ซีทไว้ใช้งาน แต่ทั้งนี้คุณจะต้องเลือกซื้อคาร์ซีทให้คุ้มค่าที่สุด เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย และเพื่อให้คาร์ซีทสามารถที่จะปกป้องลูกน้อยของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วย

เปรียบเทียบความสำคัญของคาร์ซีทในไทยกับอเมริกา

เรียกได้ว่าจะเปรียบเทียบการให้ความสำคัญของคาร์ซีทในไทยกับอเมริกาให้เห็นกันชัดๆไปเลย เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อคาร์ซีทให้กับลูกหรือไม่

เริ่มจากฝั่งอเมริกาก่อนเลย เมื่อครอบครัวใดก็ตามไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล โดยก่อนจะกลับบ้านนั้นพยาบาลจะสอบถามคุณแม่และคุณพ่อว่ามีคาร์ซีทที่รถหรือยัง เพราะเด็กจะไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้หากไม่มีคาร์ซีท ทำให้คุณพ่อคุณแม่ในอเมริกาจะต้องติดตั้งคาร์ซีทไว้บนรถเพื่อรอรับลูกน้อยกลับทุกคน ในขณะที่รถแล่นไปบนท้องถนนคุณแม่ไม่สามารถนำลูกออกมาอุ้มได้เลยแม้กระทั่งการให้นมคุณต้องจอดรถให้นมให้เรียบร้อยก่อนออก เพราะถ้าตำรวจเห็นว่าลูกคุณไม่ได้นั่งอยู่ละก็คุณอาจถูกจับได้ นอกจากนี้ยังข้อบังคับว่าเด็กจะสามารถนั่งคาร์ซีทไปได้จนถึงกี่ขวบ รวมไปถึงกฎหมายของแต่ละรัฐในอเมริกาที่อาจะจะมีเพิ่มหรือลดแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือการให้ความสำคัญในความปลอดภัยของเด็กบนท้องถนน แม้ประเทศไทยไม่มีข้อกฎหมายเหล่านี้แต่คุณเลือกซื้อความปลอดภัยให้กับลูกของคุณได้ด้วยการให้ลูกคุณนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เกิดนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าคาร์ซีทนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เพราะคาร์ซีทจะช่วยปกป้องลูกน้อยของคุณจากอันตรายได้เป็นอย่างดี แถมช่วยเบาแรงพ่อแม่อีกด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย เลือกคาร์ซีทสิ

 

 

 

อ้างอิง

http://www.letsshare.net/%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88/Carseat%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2.html

เด็กๆ อายุแรกเกิดจนถึง 4 ปีต้องเลือกใช้คาร์ซีทแบบไหน?

คุณพ่อคุณแม่คงจะทราบกันดีว่า เด็กๆ ที่มีอายุแตกต่างระหว่างกันนั้น จะมีความแข็งแรงของร่างกายที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กๆ ที่เค้ามีอายุน้อยนั้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และกระดูกก็จะมีความอ่อนแอกว่าเด็ๆ ที่มีอายุมากขึ้นมา และในเด็กที่อายุแรกเกิดไปจนถึง 4 ขวบนั้นก็จะมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าเด็กที่มีพัฒนาการในช่วงอื่นๆ เพราะฉะนั้นการเลือกคาร์ซีทก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กๆ ที่อายุแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ ควรจะได้นั่งบนคาร์ซีทที่หันหลังให้กับด้านหน้ารถยนต์นั่นเอง

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุนั้น เราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าแรงกระแทกจากทางหน้ารถยนต์นั้นจะทำให้เด็กๆ เค้าได้รับความกระทบกระเทือนมากมายแค่ไหน ฉะนั้นการที่เราให้เค้านั่งหันหลังให้กับด้านหน้ารถยนต์ โดยมีคาร์ซีทเป็นตัวช่วยในการลดแรงกระแทก อีกทั้งการที่เด็กๆ ได้นั่งบนคาร์ซีทนั้น ก็จะช่วยลดแรงดึงจากทางด้านหน้ารถยนต์ได้อีกด้วย ทำให้คุณพ่อคุณแม่หรือว่าผู้ปกครองที่ใช้คาร์ซีทบนรถยนต์กับลูกน้อยเวลาเดินทางนั้นมั่นใจได้ว่าเมื่อไหร่ที่เกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทจะเป็นตัวช่วยในการป้องกันลูกจากแรงกระแทกได้ดีกว่า

อยากให้ลูกน้อยได้ใช้งานคาร์ซีทที่มั่นคงปลอดภัย และมีความคุ้มค่ากับการใช้งานมากที่สุด จะต้องเลือกคาร์ซีทให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเขาและจะต้องเลือกที่มีคุณภาพในการใช้งานสูง แค่นี้ก็จะทำให้ลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางแล้ว

คาร์ซีทแบบ Booster seat มีกี่รุ่น?

คุณกำลังมองหาคาร์ซีทสำหรับลูกน้อยหรือว่าหลานของคุณอยู่หรือเปล่า? ถ้าหากว่าใช่แล้วล่ะก็ เราขอบอกเลยว่าคาร์ซีทนั้นมีหลากหลายประเภทมาให้กับคุณได้เลือก โดยแต่ละประเภทนั้นคุณสามารถเลือกใช้งานได้ตามอายุของเด็กๆ ที่จะนั่งบนคาร์ซีทได้เลย ซึ่งคาร์ซีทรุ่นที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือคาร์ซีทรุ่น Booster seat เป็นคาร์ซีทที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งเราจะมาทำความรู้กันแต่ละประเภทกันว่าเหมาะสำหรับเด็กในช่วงอายุไหนกันบ้าง?

รุ่นแรกนั่นก็คือรุ่นที่เด็กๆ อายุระหว่าง 3-12 ปีสามารถนั่งได้ รุ่นต่อมาเป็นรุ่นที่เหมาะกับเด็กๆ ที่มีอายุระหว่าง 5-12 ปี ส่วนอีกหนึ่งรุ่นนั่นก็คือรุ่นที่เด็กอายุ 7-12 ปีจะใช้ในการนั่งบนรถยนต์ แต่ไม่ว่ารุ่นไหนก็สามารถปกป้องลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยตลอดการใช้งานบนรถยนต์อย่างแน่นอน ซึ่งหากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่ดีที่สุดสำหรับพาลูกน้อยนั่งบนรถยนต์ นี่แหละใช่เลย

โดยตัวของคาร์ซีทรุ่น Booster seat มีลักษณะที่คล้ายกับคาร์ซีทรุ่น Convertible seat แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่ารุ่น Booster seat เป็นรุ่นที่คุณพ่อคุณแม่หรือว่าผู้ปกครองจะต้องปรับ แยกชิ้นส่วนของคาร์ซีทเพื่อนำไปประกอบบนรถยนต์เอง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่แยกออกจากกันได้ แต่ก็ยังสามารถนำมาประกอบได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อน ใช้ระยะเวลาในการประกอบไม่นาน และช่วยให้ลูกน้อยนั่งสบาย หายกังวลเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

เลือกคาร์ซีทให้ลูกรักต้องดูเรื่องอะไรเป็นสำคัญ

คุณแม่หลายท่านที่เลี้ยงลูกวัยกำลังน่ารัก ไม่นานนักก็ต้องพาลูกออกบ้านไปเที่ยวบ้าง และตรงนี้คือส่วนที่แม่จะต้องมองหานั้นคือ คาร์ซีท เพราะทุกการเดินทางจะต้องมีตัวช่วยในการเดินทางคุณแม่อาจจะใช้กาแฟในการช่วยการเดินทางแต่สำหรับลูกก็ต้องใช้นม และความปลอดภัยของคุณแม่คือเข็มขัดนิรภัย แต่สำหรับลูกก็ต้องเป็น คาร์ซีทที่มีสายรัดแบบครบทั้งตัวแล้วทุกการเดินทาง

สำหรับการเลือกคาร์ซีทเพื่อลูกหลัก หลักการง่ายๆ ที่คุณต้องเลือก 3 ประการ

1.เลือกโครงสร้างที่แข็งแรง

คุณควรเลือกคาร์ซีทที่มีโครงสร้างแข็งแรงและควรเลือกในแบบที่มีน้ำหนักไม่มากกันด้วย คาร์ซีทที่มีน้ำหนักมากการใช้งานก็จะยาก และคาร์ซีทที่โครงสร้างไม่แข็งแรงก็จะใช้งานได้ไม่ทนทานกันด้วย

2.เลือกแบบที่เข้ากับร่างกายของเด็ก

เลือกคาร์ซีทควรให้รับกับร่างกายของเด็ก คาร์ซีทบางรุ่นเมื่อนั่งไปแล้วไม่พอดีกับตัวมีขนาดที่ไม่รองรับหลังหรือรองรับตัวเด็ก ในเวลาที่จะต้องเกิดแรงกระแทกก็จะไม่ช่วยอะไรตัวเด็กได้เลย

3.ราคาต้องสมเหตุสมผล

เรื่องของราคาก็เป็นสิ่งที่กำหนดในการเลือกซื้อคาร์ซีทด้วยเช่นกัน

เลือกคาร์ซีทสำหรับลูกรัก คุณแม่ควรเลือกและให้ความสำคัญกับคาร์ซีทพอสมควร เพราะคุณแม่จะต้องใช้งานกับคาร์ซีทกันอย่างยาวนาน คุณควรเลือกแบบและลายที่ถูกใจเป็นหลัก แล้วการใช้งานก็จะใช้งานได้อย่างมีความสุข เลือกมาใช้งานตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย แล้วออกท่องเที่ยวกันได้

มาเลือกคาร์ซีทสำหรับลูกน้อยแรกเกิดกันเถอะ

ในปัจจุบันคาร์ซีท หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจความปลอดภัยของลูกน้อยมากขึ้น สำหรับคนที่กำลังเป็นคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อาจจะยังสงสัยว่า เมื่อคาร์ซีทมีหลายแบบ หลายช่วงวัยแล้ว วิธีเลือกคาร์ซีทให้ลูกที่เพิ่งเกิดมา หรือเด็กทารก ควรเลือกแบบไหนและเลือกอย่างไร โดยมีคำตอบดังนี้

ส่วนใหญ่คาร์ซีทที่เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดและได้รับความนิยมนั้นคือ คาร์ซีทแบบกระเช้า ที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดไปจนลูกอายุ 12 เดือนเลยทีเดียว ตัวคาร์ซีทมีกระเช้าเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้สะดวก ส่วนใหญ่ตัวเบาะจะมาพร้อมกับเข็มขัดนิรภัย 5 จุด เพื่อป้องกันหากเกิดแรงกระแทก คาร์ซีทแบบกระเช้าบางยี่ห้อจะมีหมอนรองคอมาด้วยเพราะทารก กระดูกคอยังไม่แข็งแรงและง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้ารุ่นไหนไม่มี่หมอนรองคอมาให้ทางคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะผ้าหรือหมอนรองคอที่ไม่ได้ติดกับตัวคาร์ซีทมาวางแทนได้

รู้แบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมเลือกคาร์ชีทให้เหมาะกับลูกน้อยของคุณที่สุด เพื่อความปลอดภัยและการใช้งานอย่างเหมาะสมตลอดการโดยสารบนรถยนต์ด้วยล่ะที่สำคัญควรเลือกคาร์ชีทที่ได้มาตรฐานการรับรอง เพื่อความมั่นใจว่าลูกน้อยของคุณจะสามารถนั่งบนคาร์ชีทได้โดยไม่เกิดปัญหาตามมานั่นเอง ว่าแล้วเรามาเลือกซื้อคาร์ชีทเพื่อลูกน้อยของคุณกันดีกว่า

วิธีติดตั้งคาร์ซีท

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกใช้คาร์ซีทเป็นตัวช่วยในการดูแลลูกๆของคุณแล้วละก็ ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องเป็นอย่างมากหากว่าคุณต้องการให้ลูกของคุณปลอดภัยเป็นอย่างมาก เวลาที่คุณนั้นต้องออกเดินทางหรืออาจจะต้องพาลูกของคุณเดินทางไปกับคุณด้วย เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดนั้นก็คือการใช้คาร์ซีท แต่คุณพ่อและคุณแม่หลายๆท่านนั้นอาจจะซื้อมาใช้ แต่ยังไม่ได้ทราบถึงวิธีการติดตั้งที่ดีมากพอ โดยสำหรับวิธีการติดตั้งคาร์ซีทให้ลูกน้อยของคุณ คือ

1.อ่านคู่มือในหนังสือเล่มเล็กอย่างละเอียด

โดยสำหรับหนังสือเล่มเล็กที่ได้มาก็คือคู่มือในการใช้งานคาร์ซีท และยังเป็นคู่มือสำหรับการติดตั้งคาร์ซีทภายในรถของคุณ โดยคุณควรจะอ่านให้ละเอียด เพื่อการติดตั้งอย่างถูกต้องและไม่เกิดความผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้

2.ตรวจสอบหลังติดตั้งเสร็จ

หลังจากติดตั้งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้วอย่าเพิ่งวางใจ ควรตรวจสอบให้ละเอียดอีกทีว่าคาร์ซีทพร้อมสำหรับใช้งานหรือยัง และมีความแข็งแรงมั่นคงแค่ไหน เพื่อความมั่นใจว่ะไม่เกิดอันตรายต่อลูกน้อยเมื่อใช้งานจริง

ความจริงแล้วการติดตั้งคาร์ซีทเข้ากับรถยนต์ของคุณก็มีรายละเอียดในคู่มือเรียบร้อย เพียงแต่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะละเลยในส่วนนี้ไป ดังนั้นก่อนติดตั้งอย่าลืมอ่านคู่มือให้ละเอียดทุกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบความเรียบร้อยหลังการติดตั้งก่อนจะใช้งานจริง ทั้งนี้ก็เพื่อความรอบคอบและความปลอดภัยต่อลูกน้อยของคุณนั่นเอง ที่สำคัญก่อนซื้อคาร์ซีทอย่าลืมดูคุณภาพและมาตรฐานของคาร์ซีทด้วยล่ะ

Car seat มีรูปแบบหลักที่ต้องเลือก 3 รูปแบบ

หลายคนที่มีลูกแล้วก็ยังคงต้องใช้ชีวิตในการทำงานด้วยการเดินทางอยู่ตลอดเวลา และในบางครั้งก็ต้องพาลูกไปด้วย ยิ่งเป็นช่วงที่เด็กยังไม่เข้าเรียนก็จำเป็นต้องพาไปด้วยทุกที่ จึงจำเป็นต้องหา Car seat ไว้ใช้งานประจำรถของคุณ แต่ก็อาจจะกำลังสงสัยว่า Car seat ที่จะต้องนำมาใช้งานนั้นลูกของเราจะต้องเลือกแบบไหนมาใช้งานกัน

การเลือก Car seat มีให้เลือก 3 รูปแบบนั้นคือ

  1. Car seat สำหรับเด็กแรกเกิด

Car seat ประเภทนี้คือ เบาะนั่งและเบาะนอนสำหรับเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และ เบาะนั่งลักษณะนี้จะมีความคล้ายคลึงกับตะกร้านอนขนาดเล็ก แต่จะให้คุณสมบัติที่ดีกว่าด้วยสายรัดนิรภัยที่มอบมาให้สำหรับคุณ

  1. Car seat สำหรับเด็กเล็ก

เด็กที่โตขึ้นมาสักหน่อย อาจจะอยู่ในวัยขวบขึ้นไป เด็กเหล่านี้จะซนและสามารถนั่งและเดินได้แล้ว การจะให้เด็กนั่งที่เบาะรถแบบผู้ใหญ่อาจจะไม่สะดวกนัก จำเป็นต้องเลือก Car seat ที่มีลักษณะแบบเบาะนั่งเฉพาะตัว มีการป้องกันรอบด้าน ไม่ว่าการป้องกันด้านศีรษะ การรัดเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัว

  1. Car seat สำหรับเด็กโต

Car seat ลักษณะนี้จะมีส่วนที่เสริมมาไม่มากนัก อาจจะเป็นการเสริมเบาะให้มีขนาดที่นั่งได้สะดวกขึ้น และสามารถใช้เข็มขัดนิรภัยของตัวรถยนต์ได้ เบาะลักษณะนี้จะมีส่วนที่เสริมสำหรับเด็กไม่มากนัก เด็กสามารถพร้อมที่จะเริ่มนั่งเบาะรถยนต์แบบธรรมดาได้แล้ว Car seat แบบนี้เหมาะสำหรับเด็กที่อายุ4-5 ขวบขึ้นไป

Car seat ที่ไว้ใช้งานจึงต้องเลือกตามความเหมาะสมของเด็ก แล้วก็เปลี่ยนไปตามอายุและความเหมาะสม