เปลไกวไฟฟ้าอุปกรณ์สำคัญที่คุณแม่เลือกใช้

คุณแม่ที่กำลังจะคลอดน้องคงจะตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียวที่จะได้เห็นหน้าลูก และเมื่อคลอดลูกแล้วในช่วงแรกคุณแม่อาจจะยังเลี้ยงดูด้วยตัวเองไม่สะดวกนักเพราะต้องพักฟื้น ซึ่งร่างกายก็จะค่อยแข็งแรงขึ้นตามลำดับ สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกมาก่อนแล้วแต่เว้นระยะห่างหลายปีข้าวของเครื่องใช้ก็จำเป็นต้องซื้อใหม่ทั้งหมด และสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคุณแม่เลย นั่นก็คือ เปลไกวไฟฟ้า แต่เปลไกวไฟฟ้าก็มีหลายรูปทรงและหลายขนาด แล้วคุณแม่จะเลือกซื้ออย่างไรเพื่อให้ได้เปลไกวไฟฟ้าที่ถูกใจและเหมาะสมที่สุด

 

มองการณ์ไกลเรื่องเปลไกวไฟฟ้า

คุณแม่ที่คำนวณเก่ง ๆ หน่อยก็อาจะคิดว่าถ้าจะซื้อเปลไกวไฟฟ้าทั้งทีควรให้มีขนาดและราคาที่รับได้มีมาตรฐานไปเลย เพราะอย่างไรก็คุ้มค่า อย่างน้อยใช้สัก 3 ปี ในราคาหลักพันไม่ถึงหมื่นบาทก็ต้องถือว่าคุ้มกับการได้ทุ่นแรงไม่ต้องไกวเปลเอง ซึ่งเป็นไปได้สูงที่คุณแม่จะเลือกเปลไกวไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับน้ำหนักลูกน้อยหลายสิบกิโลกรัมในอนาคตได้อย่างสบาย และถึงแม้ว่าจะมีลูกคนเดียวก็ยังคุ้มค่าและสามารถมอบต่อให้คุณแม่ที่ต้องการได้

 

การตัดสินใจซื้อเปลไกวไฟฟ้า

คุณแม่บางท่านอาจไม่รอนานจนลูกอายุหลายเดือน แต่กลับซื้อเปลไกวไฟฟ้ามาใช้ตั้งแต่แรกคลอดเลย อย่างน้อยหากเด็กได้นอนเปลไกวไฟฟ้าเร็วก็จะชินตั้งแต่เล็ก หมดความกังวลว่าลูกจะไม่ยอมนอนเปลไป ซึ่งการซื้อเปลมาใช้ไวเท่าไรก็ช่วยคุณแม่เบาแรงเท่านั้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแม่เองด้วย

 

เปลไกวไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับทารก นอกจากจะช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายตลอดคืนแล้ว ในระหว่างวันยังทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้นานหลายชั่วโมง ซึ่งคุณแม่ส่วนใหญ่พึงพอใจกับผลลัพธ์นี้

 

5 ประโยชน์ของ คาร์ซีท ที่ใครๆต่างก็ไม่ปฏิเสธ

หลายๆท่านที่เคยได้ใช้คาร์ซีทแล้ว ต่างต้องบอกว่าเป็นเรื่องยอดเยี่ยมจริงๆเพราะเจ้าคาร์ซีทตัวนี้มี ข้อดีนั้นมีมากมายและประโยชน์ของมันนั้นก็ไม่น้อยด้วยเช่นกัน เมื่อเป็นแบบนี้ลองมาดูกันว่า ประโยชน์ของคาร์ซีทนั้นจะถูกอกถูกใจคุณแม่หรือไม่

1.              ช่วยให้ขับรถได้ง่ายขึ้น
การขับรถของคุณแม่จะง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องเสียสมาธิกับการดูแลลูกที่นั่งกับเบาะรถเหมือนเช่นเคย ทำให้คุณสามารถขับรถได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าลูกน้อยจะเกิดอันตราย
2.              ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ
การขับรถของคุณแม่จะสบายขึ้นและมีสมาธิในการขับรถมากขึ้นส่งผลให้ไม่เกิดอุบัติอย่างแน่นอน
3.              ประหยัดเวลาในการเดินทางขึ้น
เมื่อนำลูกได้นั่งคาร์ซีทการเดินทางจะมีอิสระมากขึ้น ไม่ต้องมีอะไรมากวนใจคุณแม่ในขณะเดินทาง
  1. รถจะสะอาดขึ้น
    เมื่อลูกกินขนมคุณแม่ไม่ต้องหนักใจ เพราะถ้าได้ใช้คาร์ซีทก็จะหมดปัญหารถรก รถเปื้อน เพราะขนมทุกอย่างจะตกอยู่แต่ในคาร์ซีทอย่างเดียว
  2. เดินทางได้สนุกและสะดวกมากขึ้น
    การเดินทางจะสนุกและสะดวกมากขึ้นหากมีคาร์ซีท เพราะไม่ต้องเหนื่อยกับการขับรถไปดูลูกไปนั่นเอง

และนี่ก็คือประโยชน์ของคาร์ซีท ที่รู้แล้วคุณจะต้องปฏิเสธไม่ลงอย่างแน่นอน เพราะคาร์ซีทจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยของคุณได้จริงๆ แถมยังมีประโยชน์อย่างมากมายอีกด้วย

 

 

หลักการเลือกซื้อคาร์ซีทแบบง่ายๆ

การเลือกซื้อของให้เด็กเล็กเป็นเรื่องกังวลใจสำหรับคุณพ่อคุณแม่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่การเลือกซื้อคาร์ซีท ที่มีให้เลือกหลายรุ่นหลายยี่ห้อ นอกจากนี้ยังกังวลว่าที่เลือกมานั้นจะเหมาะสมและสามารถใช้งานได้จริงหรือไม่วันนี้เรามี 3 ข้อให้คุณไว้พิจารณาในการเลือกซื้อคาร์ซีท

  1. ตรวจสอบสินค้าก่อนซื้อทุกครั้ง ควรเห็นคาร์ซีทของจริงได้ลองจับ สัมผัสความนุ่มของเบาะ ระบายอากาศได้ดีหรือไม่ โครงสร้างเป็นอย่างไรและน้ำหนักนั้นหนักหรือเบาเกินไปหรือไม่ รวมทั้งมีสติ๊กเกอร์รับรองมาตรฐานหรือไม่
  2. เลือกให้ตรงกับการใช้งาน เช่นลูกอยู่ในวัยใด การเดินทางหรือการใช้งานส่วนใหญ่เป็นอย่างไร มีฟังชั่นใดที่อำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่บ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้คาร์ซีทที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และมีประสิทธิภาพที่สุดด้วย
  3. ทดลองก่อนซื้อ ทดสอบว่าสามารถติดตั้งบนรถของเราได้หรือไม่ พอดีหรือใหญ่ คับรถหรือไม่ เพื่อความสะดวกในการติดตั้ง ทางที่ดีควรลองให้ลูกน้อยนั่งดูก่อน เพราะจะได้ความมั่นใจมากกว่าว่าเจ้าตัวน้อยสามารถนั่งคาร์ซีท

แม้อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เยอะ แต่เมื่อเลือกซื้อคาร์ซีทแล้วอยากให้ค่อยพิจารณาเพื่อที่จะได้คาร์ซีทที่ตรงกับใจคุณแม่มากที่สุดและเหมาะสมกับการใช้งานสบายกับคุณลูกด้วย จะได้เป็นคาร์ซีทที่คุ้มค่าคุ้มราคา อย่างไรก็ตาม การใช้งานคาร์ซีทจะต้องตรวจเช็คการติดตั้งและความปลอดภัยเพื่อให้ชัวร์ก่อนใช้งานจริงเสมอ เพราะความปลดภัยของลูกถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

 

 

 

 

เปลไกวไฟฟ้าช่วยลูกน้อยปรับตัวนอนได้อย่างไร

เปลไกวไฟฟ้านั้นมีความจำเป็นสำหรับเบบี๋น้อยแรกเกิดหรือไม่ ในเมื่อเด็กทารกก็ชอบนอนกันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แล้วเหตุใดเรายังจึงต้องมีเปลไกวไฟฟ้าไปอีกให้สิ้นเปลืองเล่า ความจำเป็นของเปลไกวไฟฟ้านี่คงเป็นคำถามที่สงสัยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวต้อนรับลูกน้อยที่กำลังออกมาลืมตาดูโลกนี้ในอีกไม่นานว่าเปลไกวไฟฟ้านี่เหมาะกับลูกน้อยของเราหรือเปล่า ใช่ค่ะ เด็กทารกชอบนอน และเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมเด็กแรกเกิดหรือลูกน้อยเบบี๋ถึงเอาแต่นอน นอน นอน และนอนเพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะตื่นมากินนมพอกินเสร็จซักพักก็หลับอีกแล้ว จริงๆเบบี๋น้อยนั้นต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากเนื่องจากการปรับตัวหลังจากที่ได้คลอดออกมาจากครรภ์ของคุณแม่ จากแต่ก่อนที่อยู่ในท้องที่อบอุ่นนุ่มนิ่ม ได้ฟังเสียงน้ำคร่ำ การทำงานของอวัยวะภายในของคุณแม่ แต่จู่ๆก็ต้องออกมาอยู่บนโลกที่นอกท้องคุณแม่ ที่กว้างใหญ่จนดูเคว้งคว้าง และในบางครั้งก็เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมจากผู้คนมากมาย ช่วงแรกหลังจากที่คลอดออกมาทารกน้อยของเราต้องการเวลานอนมากถึง 16.6 ชั่วโมงต่อวันหรือ 24 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยจำนวนชั่วโมงนี้อาจแบ่งเป็นการนอนสั้นได้ถึง 18 ครั้ง แต่ถ้าหากมีใครนอนน้อยกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องปกตินะคะ ช่วงเวลาที่หนักที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่คือช่วงเวลาหลังจากที่คลอดเจ้าตัวน้อยออกมาใหม่ๆค่ะ เพราะเนื่องจากเด็กต้องปรับตัวจากสภาพความเป็นอยู่จากเดิมที่อยู่ในครรภ์มารดามาเป็นโลกใบนี้ เปลไกวไฟฟ้าจึงเป็นเสมือสภาวะเลียนแบบการเคลื่อนไหวในครรภ์ของคุณแม่ได้เป็นอย่างดีค่ะ

 

ทารกรู้สึกปลอดภัย เมื่อนอนเปลที่ไกวไปมา

ทารกแรกเกิดใช้เวลานอนถึงร้อยละ 80 หรือประมาณ 18 ชั่วโมง เมื่อตื่นขึ้นมาก็ดูดนมและทำกิจกรรมอื่น ๆ เพียงเล็กน้อย แล้วนอนต่อ เพราะการนอนหลับของทารกคือการสะสมพลังงานไว้ใช้ ทารกจึงใช้เวลาในการนอนมากกว่าช่วงใด ๆ ในชีวิต

 

นายแพทย์นที รักษดาวรรณ ศูนย์สมองและระบบประสาท อธิบายว่าสภาวะการนอนของทารกนั้น มีตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การตื่น-หลับของทารกสามารถทำงานและเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของแม่ ผ่านทางระดับของสารเคมีในกระแสเลือด ผ่านทางรก นั่นหมายถึง ลูกตื่นขณะที่แม่ตื่น และลูกหลับขณะที่แม่หลับ รับรู้กลางวัน และกลางคืนได้ ทั้งที่อยู่ในท้องที่มืดสนิท

 

รู้สึกปลอดภัย เมื่อไกวเปล เมื่อทารกยังอยู่ในท้องคุณแม่นั้น ไม่ได้นอนขด หรือนอนนิ่ง ๆ เท่านั้น แต่ทารกจะเคลื่อนไหวไปมา หากคุณแม่เคลื่อนไหวบ่อย เด็กทารกก็จะเคลื่อนไหวตามจังหวะการเคลื่อนตัวของคุณแม่ ทารกจึงเกิดการเรียนรู้ตั้งแต่ในท้องแม่ว่าสภาวะใดคุ้นเคย สภาวะใดอบอุ่น เมื่อคลอดออกมา เด็กได้นอนเปล และไกวไปมา จึงใกล้เคียงกับในท้องแม่ ทำให้รู้สึกปลอดภัย

 

รู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย ยิ่งคุณแม่ที่เคลื่อนไหวมากเท่าไร เด็กทารกในท้องก็ยิ่งได้สัมผัสกับผนังมดลูกจากการเคลื่อนไหวภายในท้องนั้น ทำให้เกิดความอบอุ่นและปลอดภัย ดังนั้นการนั่งเก้าอี้โยก หรือการนอนเปลที่ไกวไปมา และล้อมเบาะด้วยผ้านุ่ม ๆ จึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยและหลับได้อย่างสบายใจ

 

คราวนี้คงคลายข้อสงสัยกันแล้วนะคะว่าเด็กทารกจะหลับได้หรือ หากไกวเปลไปมา หรือสงสัยว่าหลับเพราะเวียนหัวเป็นแน่ คงได้คำตอบที่ทำให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สบายใจ รู้สึกปลอดภัยเมื่อให้ลูกนอนเปลไกวนะคะ

 

 

 

 

 

 

เลือกคาร์ซีทให้ได้ของดี

คุณแม่หลายท่านคงกังวลใจไม่น้อยกับการเลือกซื้อคาร์ซีทแบบไหนดีให้เหมาะกับลูกรัก เพราะหลายครอบครัวรู้ถึงความสำคัญของคาร์ซีท ที่เปรียบเสมือนเข็มขัดนิรภัยของเด็กเวลาเดินทางด้วยรถยนต์ ดังนั้น วันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกซื้อคาร์ซีทแบบง่ายๆมาฝากกัน

  1. ดูตัวอย่างจากผู้ใช้จริง ถ้าคุณแม่ท่านใดยังไม่เคยใช้คาร์ซีทเลย อาจจะลองไปดูตัวอย่างจากเพื่อนๆคุณแม่ที่ใช้คาร์ซีทอยู่แล้วลองดูว่าชอบแบบไหน เหมาะกับการดำเนินชีวิตประจำวันหรือไม่ รวมถึงยังไม่ลองสัมผัสของจริงก่อนด้วย
  2. เลือกคาร์ซีทที่ได้รับรองมาตรฐาน การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยในคาร์ซีทถือเป็นตัวการันตีความปลอดภัยในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเครื่องหมายรับรองติดอยู่ทีผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์นั่นเอง
  3. น้ำหนักของคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจำเป็นต้องมีน้ำหนักพอเหมาะไม่หนักจนเกินไป คุณแม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายคาร์ซีทได้อย่างสะดวก เพื่อความสะดวกสบายของคุณแม่และความปลอดภัยของลูกน้อยด้วย
  4. เลือกราคาให้เหมาะกับคุณ นอกจากเทคโนโลยีต่างๆ รูปแบบลวดลายของคาร์ซีท คุณแม่ควรเลือกซื้อคาร์ซีทที่ราคาพอเหมาะกับครอบครัว และมีราคาที่คุ้มค่ากับสินค้ามากที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียเงินเปล่านั่นเอง

แค่ทำตามวิธีเหล่านี้ คุณก็จะได้คาร์ซีทที่ดีที่สุดมาใช้งานอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้นอกจากดูที่คุณภาพของคาร์ซีทแล้ว ก็อย่าลืมเลือกให้คุ้มค่าคุ้มราคาด้วยล่ะ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การจ่ายเงินเพื่อซื้อคาร์ซีทของคุณ ไม่เสียเปล่านั่นเองค่ะ

 

 

 

เรียนรู้การใช้งานเปลไกวไฟฟ้าให้ถูกต้อง

เปลไกวไฟฟ้าใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก เพียงคุณแม่อ่านคำแนะนำก่อนใช้งานเปลไกวไฟฟ้าก็สามารถที่จะใช้งานได้อย่างถูกต้องและที่สำคัญผู้ผลิตได้ออกแบบมาให้ติดตั้งเปลไกวไฟฟ้าโดยใช้เวลาไม่กี่นาทีและคุณผู้หญิงก็สามารถทำได้ะ

 

1.โครงสร้างของเปลไกวไฟฟ้า

เปลไกวไฟฟ้ามีโครงสร้างที่ใช้วัสดุช่วยให้คุณสามารถประกอบได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังพับเก็บได้ทุกเวลา การเรียนรู้วิธีประกอบในครั้งแรกอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณมั่นใจไม่ว่าจะประกอบถอดเข้าออกอีกกี่ครั้งก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

 

2.การติดตั้งกล่องระบบให้เปลไกวไฟฟ้า

เปลไกวไฟฟ้าจะมีตัวติดตั้งที่เป็นกล่องมาพร้อมกับตัวเปล ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้เองที่ช่วยให้เปลไกวไฟฟ้าได้ทำงานโดยอัตโนมัติ วิธีการก็แสนง่าย เพียงติดตั้งกับตัวเปลแล้วเสียบปลั๊ก เมื่อจะใช้งานก็เพียงกดปุ่ม การเรียนรู้และทำให้เป็นไม่ใช่เรื่องยาก และคุณยังสามารถสอนพี่เลี้ยงให้ติดตั้งเปลไกวไฟฟ้าเป็นอีกด้วย

 

3.เมื่อไม่ใช้งานเปลไกวไฟฟ้า

เมื่อลูกตื่นและต้องการให้พาออกไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง คุณควรถอดปลั๊กเปลไกวไฟฟ้า เพราะก็เหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ เมื่อออกไปไหนควรตรวจดูให้เรียบร้อยว่าได้ถอดปลั๊กถึงแม้เปลไกวไฟฟ้าจะใช้กระแสไฟฟ้าต่ำ แต่เพื่อความสบายใจควรถอดปลั๊กทุกครั้งก็จะดีมาก

 

เปลไกวไฟฟ้ามีส่วนประกอบไม่ซับซ้อน หากคุณเรียนรู้อย่างถูกวิธีโดยใช้เวลาเพียงเล็กน้อย จะทำให้การเก็บเข้ากางออกก็ดูจะคล่องแคล่วไปเสียหมด ที่สำคัญอย่าลืมถอดปลั๊กหากต้องออกนอกบ้านไปทำธุระด้วยค่ะ

พาลูกขับรถเที่ยวสงกรานต์อย่างหมดห่วง แค่มีคาร์ซีท

สงกรานต์ปีนี้ คุณเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแล้วหรือยัง ซึ่งหากคุณมีแผนจะพาลูกน้อยขับรถเที่ยวตลอดช่วงสงกรานต์นี้อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณพกคาร์ซีท อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยให้ลูกน้อยบนรถยนต์ ที่จะช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อยได้ตลอดการเดินทางอย่างหมดห่วงกันเลยทีเดียว

เพราะการโดยสารรถยนต์นั้น มักจะมีอันตรายเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีรถบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะละเลยความปลอดภัยของลูกน้อย ด้วยการอุ้มลูกไว้บนตักเท่านั้น โดยลืมนึกไปว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แรงกระแทกหรือแรงเหวี่ยงของรถอาจทำให้ลูกน้อยกระเด็นไปชนกับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ หรือกระเด็นออกนอกรถจนเป็นอันตรายได้ ดังนั้น คาร์ซีทจึงถือเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด ที่จะพาคุณและลูกน้อยไปสนุกได้ตลอดการเดินทางเที่ยวสงกรานต์ อย่างไม่ต้องกังวลกันเลย ทั้งนี้ก็เพราะว่า คาร์ซีทจะช่วยยึดตัวเด็กให้อยู่กับที่นั่งและมีสายเบลล์รัดอย่างแน่นหนา จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณจะไม่กระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงแน่นอน

แค่นี้คุณก็จะเที่ยวสงกรานต์ได้อย่างสนุกสุดๆ โดยไม่ต้องกังวลกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าคาร์ซีทจะช่วยให้ลูกน้อยของคุณปลอดภัยจากอันตรายในขณะโดยสารรถยนต์ได้จริง แต่ก็ต้องเลือกซื้อคาร์ซีทให้เหมาะสมและได้มาตรฐานด้วย รวมทั้งจะต้องติดตั้งอย่างถูกวิธี เพื่อให้มั่นใจได้มากที่สุด ว่าคาร์ซีทจะสามารถปกป้องลูกน้อยของคุณได้อย่างมั่นคงจริงๆ

 

http://www.คาร์ซีทมือสอง.com/article/24/วางแผนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วหรือยัง

ทำอย่างไรเมื่อลูกน้อยไม่ยอมนั่งคาร์ซีท

พ่อแม่หลายคนซื้อคาร์ซีทมาให้ลูกน้อยนั่ง แต่ลูกไม่ยอมนั่งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับคุณพ่อคุณแม่ ถึงกับตองพึ่งตำราและข้อมูลว่าจะทำอย่างไรกับเจ้าจอมดื้อกันดี วันนี้เรามีวีมาฝากกันเพื่อป้องกันคุณพ่อคุณแม่เครียด เริ่มแรกเราต้องรู้ก่อนว่าสาเหตุที่เด็กไม่ยอมนั่งคาร์ซีทเพราะเขาไม่เคยนั่งมาก่อนไม่คุ้นชิน ไม่ได้เริ่มต้นนั่งตั้งแต่เกิด หรืออีกเหตุผลคือเบาะที่นั่งอาจสกปรก อับชื้นหรือมีมดเป็นต้นทำให้เด็กๆไม่อยากนั่ง คราวนี้มาดูวิธีแก้กัน เริ่มแรกให้เด็กนั่งคาร์ซีทในบ้านก่อน เพื่อสร้างความคุ้นชิน จากนั้นค่อยมาติดตั้งบนรถ แรกๆคุณแม่จำเป็นต้องนั่งข้างๆ อยู่เป็นเจ้าตัวเล็กก่อน แต่เมื่อลูกงอแงก็ไม่ควรอุ้มลูกออกมาจากคาร์ซีทเด็ดขาดเพื่อเป็นการสร้างวินัยแก่ลูกรัก สุดท้ายคือเช็คความสะอาดของคาร์ซีทบ่อยๆเพื่อให้ลูกน้อยได้นั่งบนคาร์ซีทอย่างสบายใจ แล้วนี่ก็เป็นทริคเล็กๆสำหรับคุณพ่อคุณแม่เอาไว้ปราบเจ้าตัวน้อยเพื่อให้ยอมนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยกันค่ะ

การจะให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมเอ่ย แค่คุณพ่อคุณแม่พยายามใจแข็งสักนิด แล้วบังคับให้เขานั่งคาร์ซีทให้ได้ หรืออาจจะใช้วิธีแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ก็จะทำให้ลูกน้อยยอมนั่งคาร์ซีทในที่สุดอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมเลือกคาร์ซีทที่มีคุณภาพที่สุดด้วยนะ

 

 

เปลไกวไฟฟ้าช่วยลูกน้อยปรับตัวนอนได้อย่างไร

เปลไกวไฟฟ้านั้นมีความจำเป็นสำหรับเบบี๋น้อยแรกเกิดหรือไม่ ในเมื่อเด็กทารกก็ชอบนอนกันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว แล้วเหตุใดเรายังจึงต้องมีเปลไกวไฟฟ้าไปอีกให้สิ้นเปลืองเล่า ความจำเป็นของเปลไกวไฟฟ้านี่คงเป็นคำถามที่สงสัยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเตรียมตัวต้อนรับลูกน้อยที่กำลังออกมาลืมตาดูโลกนี้ในอีกไม่นานว่าเปลไกวไฟฟ้านี่เหมาะกับลูกน้อยของเราหรือเปล่า ใช่ค่ะ เด็กทารกชอบนอน และเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมเด็กแรกเกิดหรือลูกน้อยเบบี๋ถึงเอาแต่นอน นอน นอน และนอนเพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะตื่นมากินนมพอกินเสร็จซักพักก็หลับอีกแล้ว จริงๆเบบี๋น้อยนั้นต้องเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากเนื่องจากการปรับตัวหลังจากที่ได้คลอดออกมาจากครรภ์ของคุณแม่ จากแต่ก่อนที่อยู่ในท้องที่อบอุ่นนุ่มนิ่ม ได้ฟังเสียงน้ำคร่ำ การทำงานของอวัยวะภายในของคุณแม่ แต่จู่ๆก็ต้องออกมาอยู่บนโลกที่นอกท้องคุณแม่ ที่กว้างใหญ่จนดูเคว้งคว้าง และในบางครั้งก็เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมจากผู้คนมากมาย ช่วงแรกหลังจากที่คลอดออกมาทารกน้อยของเราต้องการเวลานอนมากถึง 16.6 ชั่วโมงต่อวันหรือ 24 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยจำนวนชั่วโมงนี้อาจแบ่งเป็นการนอนสั้นได้ถึง 18 ครั้ง แต่ถ้าหากมีใครนอนน้อยกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องปกตินะคะ ช่วงเวลาที่หนักที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่คือช่วงเวลาหลังจากที่คลอดเจ้าตัวน้อยออกมาใหม่ๆค่ะ เพราะเนื่องจากเด็กต้องปรับตัวจากสภาพความเป็นอยู่จากเดิมที่อยู่ในครรภ์มารดามาเป็นโลกใบนี้ เปลไกวไฟฟ้าจึงเป็นเสมือสภาวะเลียนแบบการเคลื่อนไหวในครรภ์ของคุณแม่ได้เป็นอย่างดีค่ะ